<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวจ.ขอนแก่น ยัน ประชุมใหญ่ พปชร. ขออนุญาตและส่งแผนคุมโควิด-19 อย่างถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเสนอขอจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2564 ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่กำหนดจัดการประชุมที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ หรือ ไคซ์ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 18 มิ.ย.ที่จะถึงนี้นั้น ต้องยอมรับว่าขอนแก่นวันนี้เรามีประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีด้วยความร่วมมือของชาวขอนแกนทุกคน &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นเราต้องเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของการควบคุมและความร่วมมือของทุกคนในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในการประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองที่ขอนแก่นนั้น ได้มีการเสนอขออนุญาตอย่างถูกต้องโดยกำหนดใช้พื้นที่ห้องประชุมขนาด 11,000 ตารางเมตร ซึ่งถ้าในภาวะปกติสามารถจุคนได้ถึง 8,000 คน แต่ในการประชุมนั้นได้ขออนุญาตมาที่ 350 คน ซึ่งหากคิดตามมาตรฐาน คือ 5 ตารางเมตรต่อคนเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ประชุม ตามมาตรฐานด้านสาธารณสุข สามารถประชุมได้ถึง 2,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากประสบการณ์คือศูนย์ประชุมแห่งนี้ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ได้กำหนดเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในความรับผิดชอบของ สสจ.ขอนแก่น และ รพ.ขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่พร้อมญาติผู้ที่นำเข้ามาฉีดและผู้ที่มารับบริการฉีดวัคซีน เกือบ 2,000 คน ต่อวัน ดังนั้นจึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเราสามารถควบคุมได้มาตรฐานด้านสาธารณสุข ดังนั้นเราจึงต้องสานและเดินไปข้างหน้าเพราะเมื่อเราควบคุมได้มีมาตรฐานทุกคนมีวินัย มีการให้ความร่วมมือไปในทิศทางเดียวกัน เราจึงจะต้องพาชาวขอนแก่นเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะขอนแก่นมีความพร้อมมีประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาด และมีความพร้อมในการเมืองแห่งการประชุม สัมมนา การจัดแสดงสินค้าและงานอีเว้นท์ต่างๆอย่างครบถ้วน และขณะนี้คณะกรรมการโรคติดต่อ ได้รับเอกสารจากกองประกวดนางสาวไทยในการขออนุมัติทางจังหวัดให้พิจารณาจัดการประกวดนางสาวไทยในพื้นที่ของเราในช่วงปลายปีนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้จังหวัดนั้นได้ขอให้ส่วนราชการต่างๆได้เริ่มการประชุมสัมมนาและจัดนิทรรศการขนาดย่อม โดยจำกัดจำนวนคนร่วมงานที่ 50 คน หรือ 100 คน ตามขนาดของงาน &amp;nbsp;เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเมื่อเกิดสถานการณ์ทำให้ส่วนราชการต่างๆนั้นชะงัก เมื่อชะงักมานะขนาดนี้เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องจัดเพื่อให้เป็นไปตามแผนปฎิบัติราชการประจำปี รายได้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นก็จะตกไปถึงประชาชน ถึงผู้ประกอบการต่างๆเศรษฐกิจก็จะได้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในการประชุมพรรคพลังประชารัฐ ที่จะมีขึ้น ขอเรียนว่าประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยเพราะฉะนั้นการที่จะทำกิจกรรมทางการเมืองภายใต้กฎหมายไม่ว่าพื้นที่ใดในประเทศไทย เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าทุกคนสามารถกระทำโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนตามระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นตามที่จะมีกลุ่มหรือผู้ใดก็แล้วแต่จะกระทำการใดๆ จะต้องเคารพซึ่งกันและกัน ต้องไม่ละเมิดกฏหมายของบ้านของเมืองเพราะถือว่าการทำกิจกรรมทางการเมืองนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและโดยเฉพาะพรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน จึงขอให้ทุกคนได้ตระหนักคิดว่าเมืองขอนแก่น เป็นเมืองหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเมืองที่ประกาศตัวเองว่าเป็นเมืองแห่งการประชุมสัมมนาจัดนิทรรศการเพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ ของภาครัฐในการที่จะอำนวยความสะดวกสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกท่านได้เข้ามาใช้บริการภายในจังหวัดของเรา ซึ่งหากมีกลุ่มใดจะมาแสดงออกทางการเมืองก็ต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานของกฎหมาย&amp;rdquo; ผวจ.ขอนแก่นระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรพลังประชารัฐ, พปชร., สมศักดิ์  จังตระกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8af02705df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นเข้มด่านตรวจ-จุดบริการประชาชน  หลังเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 - &amp;nbsp;เวลา 16.30 น. ที่จุดบริการประชาชนสามแยกท่าพระ ซึ่งตั้งอยู่ริม ถ.มิตรภาพ สามแยกท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแกน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการประชาชนเพื่อเน้นย้ำแนวทางการทำงานในการอำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชน ตามมาตรการเฝ้าระวัง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งมอบเครื่องดื่มชูกำลังและอาหาร ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาปฎิบัติงานเพื่อประชาชนในช่วงวันหยุดยาวตลอดทั้งช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนักไม่มีวันหยุด ในการประจำจุดบริการประชาชนและตามจุดต่างๆตามแผนการปฎิบัติงานในช่วงเฝ้าระวัง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ประชาชนทยอยเดินทางกลับกันอย่างต่อเนื่องแล้วหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาว ดังนั้นในทุกมาตรการที่จังหวัดบังคับใช้กฎหมายจะยังคงเข้มข้นและเข้มงวดต่อไปเพื่อลดสถิติของการเกิดอุบัติเหตุจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ควบคู่ไปกับการคุมเข้มสถานการณ์โควิด-19 ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานทุกคนจะต้องยึดหลักความปลอดภัยตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ซึ่งผลการดำเนินงานในภาพรวมทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดยังคงไม่พบความบกพร่องใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรยากาศการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ที่พบว่าขณะนี้สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ เส้นทางฝั่งขาล่องมุ่งหน้าสู่ กรุงเทพฯ สภาพการจราจรเริ่มติดขดหลายจุด โดยเฉพาะช่วงบริเวณเขต ต.ท่าพระ อ.เมือง ,อ.บ้านไผ่ และช่วงสะพานต่างระดับข้ามทางรถไฟ อ.พล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้จัดระบบการจราจรเพื่อระบายรถให้ได้มากที่สุด แต่ก็ติดสะสมในหลายจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภายในสถานีขนส่งขอนแก่น แห่งที่ 3 มีประชาชนจำนวนมากมารอการโดยสารในเส้นทางกรุงเทพฯ และกลุ่มจังหวัดทางภาคตะวันออกและภาคเหนือ เพื่อเดินทางกลับไปทำงานหลังสิ้นสุดการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ซึ่งทางสถานีขนส่งยังคงบังคับใช้ตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มงวด และมีการสำรองรถในเที่ยวเสริมเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสาตกค้าง ขณะที่ส่วนใหญ่ต่างมีการนำข้าวเหนียวใหม่และข้าวสารใหม่ รวมไปถึงปลาร้า พริกแห้งและอาหารแห้งต่างๆ ที่ครอบครัวได้จัดเตรียมไว้ให้นำกลับไปด้วย ซึ่งรถโดยสารทุกคันต่างจัดพื้นที่สำหรับการจัดเก็บสิ่งของต่างๆโดยเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารอย่างเต็มที่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff054952f18f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นเตรียมพร้อมคลายล็อคระยะ3 ย้ำไม่มีการ์ดตก ขอประชาชนร่วมมือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 31 พ.ค.2563 ทีศูนย์การค้าโอโซนวิเลจ ถ.ชาตะผดุง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า การดำเนินวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ หรือ new normal นั้นขณะนี้ นั้นอยู่ในระหว่างการสร้างความคุ้นชินของประชาชน ซึ่งจากการประเมินเชิงคุณภาพและปริมาณ ซึ่งในเชิงปริมาณ นั้นต้องชื่นชมคนขอนแก่นที่ให้การปฎิบัติตามวิถีชีวิตปกติแบบใหม่นั้นเกือบ 100 % ดังนั้นเพื่อความมั่นใจเราจึงได้มีการประเมินเชิงคุณภาพ เริ่มจากกลุ่มผู้ประกอบการที่พบว่ามีการให้ความร่วมมือมากกว่า 90% &amp;nbsp;แต่ก็ยังคงพบจุดอ่อนในส่วนของประชาชนที่เข้ารับบริการแต่ก็ไม่มากนัก ดังนั้นเมื่อเราได้ผลการประเมินมาแล้วก็จะถูกนำไปแก้ไขทั้งจุดเด่น จุดอ่อน และจุดด้อยของทางจังหวัดในด้านใดบ้าง ซึ่งชาวขอนแก่นนั้นคุ้นชินกับการดำเนินชีวิตด้วยมาตรการต่างๆที่รัฐนั้นได้กำหนด แต่ก็มีบางสิ่งที่ประชาชนยังคงไม่คุ้นชิ้นคือการที่เข้าใช้บริการที่ใดทุกคนจะต้องแสกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะ &amp;nbsp;เพื่อลงบันทึกข้อมูล ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเมื่อลงพื้นที่ที่จุดใดหากพบว่าร้านใดยังไม่มีระบบการลงทะเบียนไทยชนะ ก็ให้มีการจัดลงระบบของรานและพิมพ์คิวอาร์โค้ดให้กับร้านหรือสถานประกอบการต่างๆทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; &amp;nbsp;ข้อด้อยที่จังหวัดจะต้องเติมเข้าไปคือในกลุ่มตลาดนัด เพราะประชาชนอาจจะบอกว่าเข้าไปซื้อของไม่มากนัก หรือซื้อสินค้าไม่นาน หรือเข้าไปแปบเดียวแล้วจะรีบกลับคือรีบไปขึ้นรถ ตรงนี้ ทางส่วนกลางได้แก้ไขระบบแล้วและมีการจัดทำระบบคิวอาร์โค้ดให้กับกลุ่มตลาดนัด ขณะที่การตรวจพบยังคงมีการเช็คอินแล้วลืมเช็คออก ซึ่งคณะทำงานพบปัญหาในจุดดังกล่าวนี้แล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ออกแผนปฎิบัติงานออกมาดังนั้นจึงขอให้ประชาชนนั้นร่วมมือในการดำเนินการทุกมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดออกมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอนแก่น จะก้าวสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.) เราได้มีการหารือกันแล้ว 2 รอบต่อการเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่ขณะนี้ ศบค.ได้ออกแนวทางปฎิบัติมาแล้ว ดังนั้นถึงเวลานี้จังหวัดเราพร้อมที่จะรองรับในทุกมาตรการและพร้อมที่จะเข้าสู่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 เพราะด้วยการที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดศูนย์กลาง ที่จะเป็นตัวอย่างในการทดสอบและประเมินผลได้ในทุกมิติในทุกกิจการ และทุกสถานประกอบการ ประกอบกับคนขอนแก่นนั้นให้ความร่วมมือในแผนการปฎิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานความลอดภัยด้านสาธารณสุข และได้มาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามคณะทำงานในระดับจังหวัด จะยังคงประสานความร่วมมือร่วมกับภาคเอกชนและทุกภาคส่วนเพื่อคุมเข้มตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด การ์ดไม่ตกและเราจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผวจ.ขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล, สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed337934ace4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่น ผุดไอเดีย &#039;ธนาคารอาหาร&#039; ใช้ที่ดินเปล่าปลูกผัก-เลี้ยงสัตว์ แจกฟรีให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย.2563 นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในทุกส่วนงานเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;คู่ขนานไปกับการคุมเข้มตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นั้นกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวนั้นนอกจากรัฐบาลได้กำหนดมาตรการต่างๆมาให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว จังหวัดยังคงกำหนดแผนการดำเนินงานในด้านต่างๆที่คู่ขนานไปด้วย โดยเฉพาะกับแผนการสร้างธนาคารอาหารให้เกิดขึ้นในระดับชุมชน ตำบล หมู่บ้าน ครอบคลุมทั้ง 26 อำเภอที่ขณะนี้ได้กำหนดแผนงานด้วยการทำงานร่วมกันของ เกษตรจังหวัด,ปศุสัตว์จังหวัดและประมงจังหวัด ในการปรับแผนการดำเนินงานมาเน้นในการสร้างกระบวนการการผลิตอาหารในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ที่ต้องเริ่มทำทันทีทุกอำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; พื้นที่ว่างของโรงเรียน วัด หรือสถานที่ราชการ รวมไปถึงพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุกแห่งที่มีอยู่ในชุมชน ตำบล หมู่บ้าน หรือในระดับอำเภอ จะถูกนำมาใช้ในการจัดทำเป็นแปลงเกษตร และ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ ตามสภาพพื้นที่ของที่ดินในแต่ละส่วนที่เหมาะสม โยที่เกษตรจังหวัดจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ ,ปศุสัตว์จังหวัดจะเน้นไปที่การเลี้ยวสัตว์ที่รับประทานได้ โดยเฉพาะกลุ่มไก่ไข่ หรือสัตว์ที่เหมาะสม ขณะที่ประมงจังหวัดเน้นไปที่กลุ่มการเลี้ยงปลา ซึ่งในการจัดทำธนาคารอาหารหรือ Food Bank นั้นจะเน้นที่การทำการเกษตรผสมผสาน เป็นวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ได้สามารถมานำไปรับประทานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า โครงการธนาคารอาหาร นั้นหากพื้นที่ใดพร้อมที่จะดำเนินการทั้งจะเป็นไปในรูปแบขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ก็สามารถที่จะทำได้ทันที ด้วยหลักวาการที่หน่วยงานของรัฐด้านกรเกษตรจะเข้าไปกำกับดูแลให้ถูกสุขอนามัย และทำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้วัตถุดิบด้านอาหาร ที่เพียงพอต่อการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหารได้อย่างใกล้ตัว เพราะวัดโรงเรียนและสถานที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ หรือสถานีตำรวจ หรือแม้กระทั่งที่ทำกร เทศบาลฯ อบจ.หรือ อบต. รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะในการกำกับควบคุมของรัฐ ทุกพื้นที่มีตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ดังนั้นการนำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลอดภัย ไร้สารเคมี มาเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานของการให้ความช่วยเหลือด้วยรูปแบบการทำงานที่ถูกต้อง ชัดเจนและเป็นระบบก็จะทำให้การบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ในสัดส่วนที่เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นในทุกวิถีทาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารอาหาร, ผวจ.ขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea50ed9df39b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลานแม้ว&#039;ปั้นเท็จค่าฝุ่น &#039;ปอท.&#039;เชือดผิดพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลานทักษิณ-รองหัวหน้า ทษช.&amp;quot; รับทราบข้อหา บก.ปอท.ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ฐานเปิดเว็บไซต์ตรวจสอบฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นเท็จหลังแถลงผ่านเพจ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; เปิดตัวแอปพลิเคชัน แถมขอพิกัดจีพีเอสของเครื่องที่ใช้งาน มีคนหลงเชื่อจำนวนมาก &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ยัน &amp;quot;ฤภพ&amp;quot; เป็นเจ้าของเว็บไซต์จริง ปัดเอี่ยวการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท. ) นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.), พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในฐานความผิดตามมาตรา 14 (2) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังทางพนักงานสอบสวนทำการออกหมายเรียกไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทันทีที่นายฤภพมาถึง ตำรวจได้เชิญตัวเข้าห้องประชุมเพื่อสอบปากคำ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายเรียก เมื่อเสร็จสิ้นได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยไม่ได้ควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าตัวได้ยื่นขอให้มีการเพิ่มพยานในสำนวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธตามข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. เฟซบุ๊กแฟนเพจของ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; ได้แพร่ภาพคลิปสดใช้หัวข้อว่า &amp;quot;ถ่ายทอดสด ทษช. แถลงข่าวปัญหาฝุ่นละออง ภัยเงียบที่ทำร้ายคนกรุงเทพมหานคร&amp;quot; โดยมี นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค ทษช. เป็นผู้เปิดตัวและอธิบายการใช้แอปพลิเคชันไลน์ตรวจค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ โดยให้ไลน์แอด @TSNREPORT&amp;quot; เมื่อแอดไลน์ดังกล่าวได้ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ https://tsntalk.com/pm25 ซึ่งแจ้งว่าสามารถตรวจสอบข้อมูลค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในเขตกทม.ได้ โดยการกดเข้าไปยังที่อยู่ของเว็บไซต์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังอธิบายว่าระบบจะขอพิกัดจีพีเอสของเครื่องที่ใช้งาน และจะแสดงข้อมูลค่าฝุ่น ณ จุดนั้นให้ทราบ ทำให้มีผู้ให้ความสนใจเข้าติดตามจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจ ศปอส.ตร.และ บก.ปอท.ได้ตรวจสอบก็พบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการรายงานค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในสถานที่ต่างๆ ตามโลเกชั่นแบบเป็นเท็จ เนื่องจากตำแหน่งที่มีการรายงานค่าฝุ่นไม่มีการวัดค่าตำแหน่งนั้นจริงๆ แต่นำค่าฝุ่นจากตำแหน่งอื่นที่เป็นพื้นที่ใกล้เคียงมาอ้างอิงว่าเป็นค่าฝุ่นในตำแหน่งนั้นแทน เข้าข่ายทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดความตื่นตระหนก เป็นความผิดฐาน &amp;quot;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&amp;quot; จึงได้ออกหมายเรียก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกนายฤภพในฐานะเป็นผู้ต้องหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 (2) จากกรณีเรื่องค่าฝุ่นมลพิษที่ไม่เป็นจริงตามที่ได้ระบุไว้ ตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีนายฤภพเป็นผู้ดำเนินการ จึงมอบหมายให้ออกหมายเรียกทันที การนำสื่อออนไลน์ไปใช้ในการเลือกตั้งสามารถทำได้ แต่ต้องใช้ในทางที่ถูกกฎหมายให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต้องไม่ทำให้คนเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายฤภพ ชินวัตร เป็นบุตรชายของนายพายัพ ชินวัตร ซึ่งเป็นน้องชายนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 19 ก.พ. สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ณ เวลา 08.00 น. ในภาพรวมพบว่าปริมาณฝุ่นละอองลดลงจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก-ดี ส่วนสถานการณ์ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานคร จุดตรวจวัด 24 จุด พบว่าปริมาณฝุ่นละออง (PM 2.5) ตรวจวัดได้ 7-26 &amp;nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่า ไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และพบคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเขียว (ระดับดี) จำนวน 1 เขต คือ เขตวังทองหลาง และระดับสีฟ้า (ดีมาก) จำนวน 23 เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2562 เวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณ PM 2.5 และปริมาณ PM 10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่) และลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 52-55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 79-86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 104-111&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 2 จังหวัดดังกล่าว ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลา จัดระเบียบการเผา และประกาศเขตห้ามเผา ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่มีฝนตกลงมาทั่วทั้ง 26 อำเภอ ส่งผลให้สภาพอากาศขณะนี้ดีขึ้นอย่างมาก โดยวันนี้วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI อยู่ที่ 100 ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลาง และแตะระดับสีเหลืองแล้ว ซึ่งจากค่าดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มที่สามารถออกทำกิจกรรมกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า แม้สถานการณ์วันนี้จะอยู่ในระดับที่ดีมากหลังจากที่ทุกหน่วยงานได้เปิดปฏิบัติการปราบฝุ่นมาตลอดทั้งช่วงสัปดาก์ที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและคุมเข้มมาตรการป้องกันฝุ่นอย่างนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากวันที่ 21 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จะเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้ค่าความชื้นในอากาศลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเข้าไปแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาในจุดที่เป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง โดยส่วนใหญ่พบว่ามาจากการเผาอ้อยและตอซังข้าว และยังมีหลายจุดที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ คือเกิดจากการไหม้เองตามธรรมชาติ ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณประชาชนจิตอาสาที่ได้เข้าไปทำการดับไฟในหลายจุด พร้อมทั้งนำโดรนดับไฟเข้ามาช่วยเสริมในการดับไฟป่าอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot; ผวจ.ขอนแก่นกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ทักษิณ ชินวัตร, พายัพ ชินวัตร, ฤภพ ชินวัตร, สมศักดิ์  จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c1b0ab92ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทำอย่างไรให้ปชช.หายโง่&#039;ลาม! ภาคปชช.จี้ย้ายผู้ว่า-รองผู้ว่าพ้นขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.61 - ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น นายตุลย์ &amp;nbsp;ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย คณะกรรมการและที่ปรึกษา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมืองขอนแก่น ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น ในฐานะพลเมืองชาวขอนแก่นในการให้ นายกฯ &amp;nbsp;ซึ่งมีอำนาจและเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทย มีคำสั่งย้าย นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น,นายสุชัย &amp;nbsp;บุตรสาระ รอง ผวจ.ขอนแก่น และ นางพรทิพย์ &amp;nbsp;ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.ขอนแก่น ออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากหนังสือเชิญหน่วยงานต่างๆในจังหวัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี ในการที่จะมาตรวจราชการและพบปะกับประชาชนชาวขอนแก่นในหัวข้อ &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้กับประชาชนหายโง่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตุลย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งและภาคีเครือข่ายภาคพลเมืองต้องการเรียกร้องถึงความเป็นธรรมจากการกระทำของผู้บริหารจังหวัดที่แสดงให้เห็นถึงการขาดภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ เพราะในเอกสารที่เป็นหลักฐานสำคัญนี้นั้น ยืนยันชัดเจนว่าผู้บริหารจังหวัดขอนแก่นกำลังมองว่าคนขอนแก่นเป็นเช่นไร จนกลายมาเป็นเอกสารหลักฐานให้กับนายกรัฐมนตรีนั้นลงพื้นที่พบปะประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักธรรมภิบาลในการบริหารประเทชัดเจน ซึ่งเมื่อเรื่อดังกล่าวขึ้นก็ต้องมีการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ ภาคพลเมืองและภาคประชาสังคมจึงเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในการบริหารประเทศย้ายบุคคลทั้ง 3 ออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อลดกระแสและแรงเสียดทานในการทำงานระหว่างข้าราชการกับประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตุลย์ &amp;nbsp; กล่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งถือเป็นผู้บริหารสูงสุดในระดับจังหวัด หลายคนแสดงออกให้เห็นถึงความรับผิดชอบ หลายคนแสดงออกซึ่งความรัก ความสามัคคีและการทำหน้าที่ในฐานะนักปกครอง แต่ขอนแก่นกับคิดและกระทำการในลักษณะดังกล่าวขึ้น &amp;nbsp;และยังคงมากล่าวหาประชาชนภายใต้การดูแลของตนเองว่าโง่ จากการจัดทำหัวข้อให้นายกรัฐมนตรีนั้น &amp;nbsp;ลงพื้นที่มาพบปะและตรวจราชการที่ว่าทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เรื่องนี้ต้องมีคำตอบและจะเงียบหายไปไม่ได้ เพราะเป็นการดูถูก เหยียดหยามชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในหนังสือร้องเรียนที่ส่งตรงถึงท่านผู้นำสูงสุดของประเทศ ใน 4 ข้อเรียกร้อง กล่าวคือข้อ 1-3 เรียกร้องให้ปรับย้ายผู้ว่าฯ,รองผู้ว่าฯและคนทำหนังสืออกจากพื้นที่ และข้อสุดท้ายคือการมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีมายังกระทรวงมหาดไทยในฐานะต้นสังกัดของบุคคลทั้ง 3 ทำการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับบุคคลทั้ง 3 เพื่อให้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับข้าราชการคนอื่นๆอีกต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชัยชนะ &amp;nbsp;ทัศนิยม ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การที่ระดับผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ มาตอบกับสังคมว่าเป็นการลงนามในหนังสือคำสั่ง โดยไม่มีการตรวจสอบเอกสาร การกระทำในลักษณะเช่นนี้ ผู้นำสามารถทำได้หรือไม่ จะมาบอกว่าเอกสารเยอะเลยไม่ได้ตรวจ ประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้น และที่สำคัญคือหนังสือทางราชการที่เป็นการใช้งานเพื่อเตรียมการรับผู้นำประเทศ ในลักษณะเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่จังหวัด ก็ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจนได้ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีการแสดงความรับผิดชอบ เพราะคนขอนแก่นและคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้โง่ ตามที่ทางจังหวัดนั้นระบุเป็นเอกสารดังกล่าว.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ตุลย์  ประเสริฐศิลป์, ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่, ผวจ.ขอนแก่น, รองผู้ว่าฯขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล, สุชัย  บุตรสาระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf8fffd1008.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
